พื้นที่โฆษณา

Nexteer รายงานผลประกอบการครึ่งแรกของปี 2569 ทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์

พีอาร์ นิวส์ไวร์

PR Newswire

ชอบหน้านี้?
พีอาร์ นิวส์ไวร์ - Nexteer รายงานผลประกอบการครึ่งแรกของปี 2569 ทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์

การคว้าโครงการจากลูกค้าใหม่ ความก้าวหน้าสำคัญด้านเทคโนโลยี และการเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัล ผลักดันความเป็นผู้นำด้านระบบควบคุมการเคลื่อนที่

ออเบิร์นฮิลส์, มิชิแกน, 12 สิงหาคม 2569 /PRNewswire/ -- Nexteer Automotive (HK 1316) ประกาศผลประกอบการระหว่างกาลสำหรับครึ่งปีแรกของปี 2569 ในวันนี้ โดยรายงานผลการดำเนินงานในช่วงครึ่งแรกของปีที่ทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ ซึ่งได้รับแรงขับเคลื่อนจากการเติบโตที่สูงกว่าตลาด การคว้าโครงการสำคัญจากลูกค้าเชิงกลยุทธ์ และความก้าวหน้าอย่างต่อเนื่องของเทคโนโลยีระบบควบคุมการเคลื่อนที่รุ่นใหม่แห่งอนาคต รายได้ในช่วงเวลาดังกล่าวอยู่ที่ 2.3 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้น 4% เมื่อเทียบกับช่วงครึ่งแรกของปี 2568 ขณะที่ยอดมูลค่าคำสั่งซื้อจากลูกค้ารวมอยู่ที่ 3.3 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ทั้งนี้ ธุรกิจจากลูกค้าใหม่และธุรกิจที่ได้มาจากคู่แข่งคิดเป็น 43% ของยอดคำสั่งซื้อทั้งหมด และผู้ผลิตรถยนต์ในจีนที่เป็นผู้ผลิตภายในประเทศ (China domestic OEM หรือ COEM) คิดเป็นประมาณ 1.0 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือ 30% ซึ่งตอกย้ำสถานะของ Nexteer ในการเป็นพันธมิตรด้านระบบควบคุมการเคลื่อนที่ที่ได้รับความไว้วางใจจากผู้ผลิตรถยนต์ (OEM) ในตลาดหลักทั่วโลก ขณะที่ Nexteer ก้าวเข้าสู่ปีที่ 120 ของบริษัท บริษัทยังคงต่อยอดจากมรดกด้านนวัตกรรมของตนพร้อมเร่งการเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัล เพื่อช่วยให้ผู้ผลิตรถยนต์เพิ่มความรวดเร็ว ประสิทธิภาพ คุณภาพ และความสามารถในการแข่งขันด้านต้นทุน ท่ามกลางภูมิทัศน์ของอุตสาหกรรมยานยนต์และการเดินทางที่มีความซับซ้อนเพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ

"ในช่วงครึ่งแรกของปี 2569 Nexteer ยังคงแสดงให้เห็นถึงความสามารถในการดำเนินงานที่แข็งแกร่ง โดยได้รับการสนับสนุนจากแรงส่งจากลูกค้า ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี และวินัยในการดำเนินงาน" Robin Milavec ประธาน ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการระดับโลก และกรรมการบริหารของ Nexteer Automotive กล่าว "ความสามารถของเราในการนำเสนอโซลูชันระบบควบคุมการเคลื่อนที่ที่เป็นนวัตกรรมในตลาดทั่วโลก ทำให้เรามีความพร้อมอย่างสูงในการสร้างมูลค่าในระยะยาวให้แก่ลูกค้าและผู้ถือหุ้น ขณะเดียวกันก็ช่วยเสริมสร้างสถานะการแข่งขันของเราให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้นสำหรับอนาคต"

ผลประกอบการทางการเงินในช่วงครึ่งแรกของปี 2569

ผลการดำเนินงานทางการเงินของ Nexteer ในช่วงครึ่งแรกของปี 2569 สะท้อนให้เห็นถึงการดำเนินงานอย่างมีวินัย ท่ามกลางความผันผวนอย่างต่อเนื่องของตลาดโลก รายได้ 2.3 พันล้านดอลลาร์สหรัฐเป็นสถิติสูงสุดสำหรับช่วงครึ่งแรกของปี โดยเพิ่มขึ้น 4% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และเติบโตเร็วกว่าตลาด 180 จุดพื้นฐาน ความสามารถในการทำกำไรเพิ่มขึ้นเป็นหลักจากการปรับปรุงประสิทธิภาพการดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง ส่วน EBITDA ที่ปรับปรุงแล้วอยู่ที่ 263 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือคิดเป็น 11.3% ของรายได้ โดยอัตรากำไร EBITDA เพิ่มขึ้น 100 จุดพื้นฐานเมื่อเทียบกับช่วงครึ่งแรกของปี 2568 กำไรสุทธิที่เป็นของผู้ถือหุ้นอยู่ที่ 86 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้น 35% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า กระแสเงินสดอิสระ (Free cash flow) อยู่ที่ 109 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้นเกือบสามเท่าจากระดับที่ทำได้ในช่วงเดียวกันของปีก่อน สะท้อนถึงผลประกอบการที่แข็งแกร่งขึ้น การจัดสรรเงินทุนอย่างมีวินัย และการเปลี่ยนกำไรให้เป็นกระแสเงินสดได้ดีขึ้น

ไฮไลต์ด้านการเปิดตัวผลิตภัณฑ์และยอดมูลค่าคำสั่งซื้อ

Nexteer เปิดตัวโครงการใหม่สำหรับลูกค้า 28 โครงการในช่วงครึ่งแรกของปี 2569 ครอบคลุมผลิตภัณฑ์หลายกลุ่ม ลูกค้าหลายราย และเซ็กเมนต์ยานยนต์หลายประเภท ในจำนวนการเปิดตัวดังกล่าว มี 26 โครงการเกี่ยวข้องกับธุรกิจจากลูกค้าใหม่หรือธุรกิจที่ได้มาจากคู่แข่ง ซึ่งสะท้อนถึงสถานะการแข่งขันที่แข็งแกร่งของ Nexteer และความสามารถในการเปลี่ยนความต้องการของตลาดสำหรับโซลูชันระบบควบคุมการเคลื่อนที่ขั้นสูงให้กลายเป็นการเติบโตของรายได้ในอนาคต ความสำเร็จครั้งสำคัญ ได้แก่ การเปิดตัวระบบ Steer-by-Wire สำหรับการผลิตจริงเป็นครั้งแรกของบริษัทจำนวนสองโครงการในจีนและเม็กซิโก และการเปิดตัวระบบ High-Output Column EPS เป็นครั้งแรกของบริษัทในจีน ซึ่งตอกย้ำความเป็นผู้นำของ Nexteer ในด้านเทคโนโลยีระบบบังคับเลี้ยวขั้นสูง การเปิดตัว 17 โครงการรองรับแพลตฟอร์มรถยนต์ไฟฟ้าเต็มรูปแบบ ซึ่งแสดงให้เห็นเพิ่มเติมถึงความสามารถในการขยายการใช้งานพอร์ตโฟลิโอของ Nexteer ครอบคลุมทั้งรถยนต์ไฟฟ้า (EV) รถยนต์เครื่องยนต์สันดาปภายใน (ICE) และยานยนต์ที่ใช้ระบบขับเคลื่อนแบบผสมผสาน

Nexteer ได้รับคำสั่งซื้อสำหรับโครงการใหม่จากลูกค้าเป็นมูลค่า 3.3 พันล้านดอลลาร์สหรัฐในช่วงครึ่งแรกของปี 2569 โดย 43% เป็นธุรกิจจากลูกค้าใหม่หรือธุรกิจที่ได้มาจากคู่แข่ง การได้รับงานเหล่านี้ตอกย้ำความแข็งแกร่งของพอร์ตโฟลิโอระบบควบคุมการเคลื่อนที่ระดับโลกของ Nexteer และเป็นรากฐานที่มั่นคงสำหรับการเติบโตในอนาคต ไฮไลต์สำคัญ ได้แก่ การได้รับงานระบบ Rack-Assist EPS เป็นครั้งแรกของ Nexteer ในยุโรป รวมถึงการได้รับงานระบบ Steer-by-Wire และ Column EPS เพิ่มเติมจากผู้ผลิตรถยนต์จีน ทั้งนี้ ยอดคำสั่งซื้อจากผู้ผลิตรถยนต์ภายในประเทศของจีนมีมูลค่ารวมประมาณ 1.0 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ สะท้อนถึงการเติบโตอย่างต่อเนื่องในตลาดสำคัญแห่งนี้ ขณะเดียวกันยังแสดงให้เห็นถึงความสามารถของ Nexteer ในการคว้าโครงการสำคัญเชิงกลยุทธ์ในภูมิภาคหลักต่าง ๆ ทั่วโลก

ความเป็นผู้นำด้านเทคนิคและนวัตกรรม

Nexteer ยังคงเดินหน้าพัฒนาพอร์ตโฟลิโอเทคโนโลยีระบบควบคุมแชสซีแบบ by-wire และระบบควบคุมการเคลื่อนที่อย่างต่อเนื่อง ซึ่งครอบคลุมซอฟต์แวร์ ระบบบังคับเลี้ยว ระบบเบรก และเทคโนโลยีระบบส่งกำลัง ที่ช่วยให้เหล่าผู้ผลิตรถยนต์สามารถรับมือกับแนวโน้มสำคัญต่าง ๆ ได้แก่ การเปลี่ยนผ่านสู่ระบบไฟฟ้า ระบบอัตโนมัติ ประสิทธิภาพ และพลวัตการขับขี่ของรถยนต์ที่ได้รับการยกระดับ โซลูชันเหล่านี้ร่วมกันย้ำสถานะของ Nexteer ในการเป็นพันธมิตรด้านระบบควบคุมการเคลื่อนที่แบบครบวงจรสำหรับแพลตฟอร์มยานยนต์แบบดั้งเดิม ยานยนต์ไฟฟ้า และยานยนต์ที่กำหนดการทำงานด้วยซอฟต์แวร์ (software-defined vehicle)

  • เดินหน้าพัฒนาระบบเบรกแบบไฟฟ้า-กลไก (Electro-Mechanical Braking: EMB) ให้มีความพร้อมสำหรับการเข้าสู่ตลาดมากยิ่งขึ้น ซึ่งช่วยเสริมความแข็งแกร่งให้แก่พอร์ตโฟลิโอระบบควบคุมการเคลื่อนที่แบบครบวงจรของ Nexteer ที่ครอบคลุมทั้งฟังก์ชันการบังคับเลี้ยวและการเบรก
  • การได้รับการยอมรับในฐานะผู้เข้ารอบสุดท้ายของรางวัล Automotive News PACE Pilot Award ปี 2569 สำหรับเทคโนโลยี High Mount Direct Drive Steer-by-Wire Handwheel Actuator (HMDD) ของบริษัท ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงศักยภาพของเทคโนโลยีดังกล่าวในการเปิดโอกาสให้ผู้ผลิตรถยนต์มีอิสระในการออกแบบตัวรถมากยิ่งขึ้น สามารถจัดวางตำแหน่งระบบบังคับเลี้ยวได้อย่างยืดหยุ่น มอบความรู้สึกในการบังคับเลี้ยวที่ดียิ่งขึ้น และยกระดับประสบการณ์การขับขี่สู่รูปแบบใหม่แห่งอนาคต
  • เร่งดำเนินโครงการริเริ่มด้าน AI และการเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัลทั่วทั้งองค์กร เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ ความรวดเร็ว ความสามารถในการขยายตัว และความคล่องตัวขององค์กร ขณะเดียวกันก็เสริมความแข็งแกร่งให้แก่เครือข่ายการผลิตทั่วโลกของ Nexteer ผ่านระบบอัตโนมัติขั้นสูง เทคโนโลยีการผลิตแบบดิจิทัล ระบบอัจฉริยะด้านการผลิต และการวิเคราะห์ข้อมูลที่ขับเคลื่อนด้วย AI ซึ่งช่วยเพิ่มผลิตภาพ คุณภาพ และความสามารถในการมองเห็นข้อมูลการดำเนินงานได้อย่างชัดเจน

ความแข็งแกร่งด้านการดำเนินงานผ่านเครือข่ายการดำเนินงานทั่วโลก

Nexteer ยังคงเสริมความแข็งแกร่งให้แก่เครือข่ายโรงงานผลิตและศูนย์เทคนิคทั่วโลกของบริษัท เพื่อรองรับความต้องการของลูกค้า ปรับปรุงประสิทธิภาพการดำเนินงาน และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันในระยะยาว

  • เสริมความแข็งแกร่งให้แก่สถานะของบริษัทในตลาดเอเชียแปซิฟิกที่มีการเติบโตสูง ด้วยการเปิดโรงงานผลิตแห่งใหม่ในจังหวัดระยอง ประเทศไทยอย่างเป็นทางการในเดือนมีนาคม โดยโรงงานแห่งนี้เริ่มการผลิตในปริมาณมากสำหรับโครงการ CEPS โครงการแรกของบริษัทในเดือนพฤษภาคม
  • ขยายขีดความสามารถด้านการพัฒนาและการทดสอบในท้องถิ่นผ่านการขยายสนามทดสอบในเมืองฉางซู ประเทศจีน ซึ่งช่วยให้สามารถทดสอบยานยนต์ด้วยความเร็วสูงยิ่งขึ้นและทำการประเมินสมรรถนะเชิงพลวัตขั้นสูงสำหรับระบบ EPS, Steer-by-Wire และ EMB พร้อมทั้งช่วยให้สามารถตอบสนองต่อความต้องการของลูกค้าในภูมิภาคได้รวดเร็วยิ่งขึ้น
  • ยังคงมุ่งความสำคัญที่การเพิ่มประสิทธิภาพห่วงโซ่อุปทานทั่วโลก การปรับปรุงการบริหารจัดการสินค้าคงคลังให้ดีขึ้น และการดำเนินงานอย่างมีวินัย ซึ่งทั้งหมดนี้มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการปรับปรุงอัตรากำไรและการสร้างความยืดหยุ่นในการดำเนินธุรกิจในระยะยาว

"เรามุ่งเน้นการเสริมสร้างธุรกิจของ Nexteer ให้แข็งแกร่งในระยะยาว ด้วยการจัดวางการลงทุนด้านเทคโนโลยี โอกาสในการเติบโตจากลูกค้า และโครงการริเริ่มด้านการดำเนินงานให้สอดคล้องกับอนาคตของการเดินทางและการขับเคลื่อน" Milavec กล่าว "ในขณะที่เราฉลองครบรอบ 120 ปีแห่งนวัตกรรม ผลประกอบการในช่วงครึ่งแรกของปี 2569 สะท้อนให้เห็นถึงความแข็งแกร่งของกลยุทธ์ของเรา ความทุ่มเทของทีมงานทั่วโลก และความสามารถของเราในการช่วยให้ผู้ผลิตรถยนต์ OEM เดินหน้าได้รวดเร็วยิ่งขึ้น ดำเนินงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น และแข่งขันได้อย่างมั่นใจ"

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม โปรดเยี่ยมชม www.nexteer.com

ข้อความที่มีลักษณะเป็นการคาดการณ์อนาคต

ข้อความและความคิดเห็นใด ๆ ที่มีลักษณะเป็นการคาดการณ์อนาคตซึ่งปรากฏอยู่ในข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้ ตั้งอยู่บนพื้นฐานของแผน การประมาณการ และการคาดการณ์ในปัจจุบัน ดังนั้นจึงมีความเสี่ยงและความไม่แน่นอนหลายประการ ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นจริงอาจแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญจากความคาดหวังที่ระบุไว้ในข้อความและความคิดเห็นที่มีลักษณะเป็นการคาดการณ์อนาคตดังกล่าว Nexteer Automotive รวมถึงกรรมการและพนักงานของบริษัทไม่มีหน้าที่ (ก) ในการแก้ไขหรือปรับปรุงข้อความหรือความคิดเห็นที่มีลักษณะเป็นการคาดการณ์อนาคต ซึ่งปรากฏอยู่ในข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้ และ (ข) จะไม่รับผิดใด ๆ ในกรณีที่ข้อความหรือความคิดเห็นที่มีลักษณะเป็นการคาดการณ์อนาคตดังกล่าวไม่เกิดขึ้นจริง หรือปรากฏภายหลังว่าไม่ถูกต้อง

เกี่ยวกับ NEXTEER AUTOMOTIVE

Nexteer Automotive (HK 1316) คือบริษัทเทคโนโลยีการควบคุมการเคลื่อนที่ชั้นนำระดับโลกที่มุ่งเร่งพัฒนาการเคลื่อนที่ให้มีความปลอดภัย เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และน่าตื่นเต้น กลุ่มผลิตภัณฑ์นวัตกรรมของเราสนับสนุนระบบควบคุมแชสซีแบบ by-wire ซึ่งรวมถึงระบบพวงมาลัยพาวเวอร์ไฟฟ้าและไฮดรอลิก ระบบควบคุมพวงมาลัยด้วยไฟฟ้า (Steer-by-Wire) และระบบบังคับเลี้ยวล้อหลัง (Rear-Wheel Steering) คอพวงมาลัยและเพลากลาง (Intermediate Shaft) ระบบส่งกำลัง (Driveline) โซลูชันซอฟต์แวร์ รวมถึงระบบ Brake-by-Wire บริษัทมีความเชี่ยวชาญในการแก้ปัญหาความท้าทายด้านการควบคุมการเคลื่อนที่อย่างครอบคลุมทุกเมกะเทรนด์สำคัญของอุตสาหกรรม ไม่ว่าจะเป็นการใช้พลังงานไฟฟ้า ซอฟต์แวร์และการเชื่อมต่อ ระบบช่วยขับขี่ขั้นสูง (ADAS) และการขับขี่อัตโนมัติ รวมถึงรูปแบบยานยนต์เคลื่อนที่ที่ใช้ร่วมกัน ให้แก่ลูกค้าผู้ผลิตรถยนต์ (OEM) ทั้งระดับโลกและในประเทศทั่วโลก ได้แก่ BMW, Ford, GM, RNM, Stellantis, Toyota และ VW รวมถึงผู้ผลิตรถยนต์ในอินเดียและจีน อาทิ BYD, Xiaomi, ChangAn, Li Auto, Chery, Great Wall, Geely, Xpeng และอื่น ๆ ดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.nexteer.com

ลิงก์ไปยังศูนย์ข้อมูลสื่อของ Nexteer


ที่มา : ซิชั่น พีอาร์ นิวส์ไวร์ - Nexteer รายงานผลประกอบการครึ่งแรกของปี 2569 ทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ http://www.prnasia.com/asia-story/archive/5024750_TH24750_10

ข้อมูลที่ให้ไว้ในบทความนี้จัดทำโดย ซิชั่น พีอาร์ นิวส์ไวร์ ซึ่งเป็นพันธมิตรด้านข่าวของเรา ความคิดเห็นของผู้เขียนและเนื้อหาที่แบ่งปันในหน้านี้ถือเป็นความคิดเห็นของตนเอง และอาจไม่จำเป็นต้องแสดงถึงมุมมองของ ไทย พีอาร์ นิวส์

แสดงความคิดเห็น

พื้นที่โฆษณา