พื้นที่โฆษณา

ศูนย์กลางการเงินระหว่างประเทศของอาบูดาบีประกาศการเติบโตโดดเด่นในปี 2568 ด้วยมูลค่าสินทรัพย์ภายใต้การบริหารพุ่งขึ้น 36% กำลังคนเพิ่ม 51% และออกใบอนุญาตกว่า 12,000 รายการ

พีอาร์ นิวส์ไวร์

PR Newswire

ชอบหน้านี้?
พีอาร์ นิวส์ไวร์ - ศูนย์กลางการเงินระหว่างประเทศของอาบูดาบีประกาศการเติบโตโดดเด่นในปี 2568 ด้วยมูลค่าสินทรัพย์ภายใต้การบริหารพุ่งขึ้น 36% กำลังคนเพิ่ม 51% และออกใบอนุญาตกว่า 12,000 รายการ

อาบูดาบี, สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์, 1 เมษายน 2569 /PRNewswire/ -- ADGM ซึ่งเป็นศูนย์กลางการเงินระหว่างประเทศ (IFC) ของอาบูดาบี ได้แสดงผลการดำเนินงานที่เติบโตอย่างแข็งแกร่งตลอดทั้งปี พร้อมทั้งบรรลุหมุดหมายเชิงกลยุทธ์ที่สำคัญ ตอกย้ำบทบาทในการยกระดับสถานะของอาบูดาบีในฐานะ "เมืองหลวงแห่งเงินทุน"

ADGM ยังคงสามารถดึงดูดเงินทุนจากนานาชาติ บุคลากรผู้มีความสามารถระดับโลก และสถาบันชั้นนำเข้าสู่เมืองหลวงของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์แห่งนี้ได้อย่างต่อเนื่อง ณ สิ้นปี 2568 จำนวนใบอนุญาตที่ยังมีผลใช้งานใน ADGM มีมากกว่า 12,000 รายการ ขณะที่จำนวนบุคลากรที่ทำงานภายในศูนย์การเงินเพิ่มขึ้น 51% เป็น 44,339 คน ในขณะเดียวกัน มูลค่าสินทรัพย์ภายใต้การบริหารจัดการ (AUM) เพิ่มขึ้น 36% ซึ่งสะท้อนถึงความเชื่อมั่นอย่างต่อเนื่องที่มีต่ออาบูดาบีในฐานะศูนย์กลางที่เชื่อถือได้สำหรับผู้จัดการสินทรัพย์และความมั่งคั่งระดับโลก

ฯพณฯ Ahmed Jasim Al Zaabi ประธาน ADGM กล่าวว่า "ปี 2568 ถือเป็นอีกหนึ่งบทสำคัญในเส้นทางความสำเร็จของ ADGM โดยเราได้สร้างการเติบโตอย่างมีนัยสำคัญในมูลค่าสินทรัพย์ภายใต้การบริหารได้อีกครั้ง ซึ่งแสดงให้เห็นถึงทั้งความเชื่อมั่นของพันธมิตรและความแข็งแกร่งของกลยุทธ์การลงทุนของเรา ขณะเดียวกัน ความสำเร็จในการดึงดูดองค์กรชั้นนำระดับโลกให้เข้ามาสู่ ADGM ก็มีความสำคัญไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากัน ซึ่งช่วยตอกย้ำตำแหน่งของเราในฐานะประตูสู่บุคลากร เงินทุน และนวัตกรรมระดับโลก ความก้าวหน้านี้แสดงถึงพลังของระบบนิเวศที่เติบโตรุ่งเรือง ซึ่งสร้างขึ้นจากความร่วมมือ การสร้างคุณค่าในระยะยาว และความมุ่งมั่นอย่างแน่วแน่ต่อความเป็นเลิศ ในขณะที่เราดำเนินงานสอดคล้องกับวิสัยทัศน์เชิงกลยุทธ์ของอาบูดาบีอย่างใกล้ชิดและต่อเนื่อง เราก็จะยังคงมุ่งความสำคัญในการขับเคลื่อนการเติบโตอย่างยั่งยืน พร้อมทั้งยกระดับความได้เปรียบในการแข่งขันของเรา เพื่อก้าวขึ้นเป็นหนึ่งในห้าของศูนย์กลางทางการเงินระหว่างประเทศชั้นนำของโลก"

การเติบโตอย่างมีนัยสำคัญของภาคการเงินในอาบูดาบีสะท้อนให้เห็นจากจำนวนใบอนุญาตใหม่ที่พุ่งสูงขึ้นใน ADGM โดยบริษัทชั้นนำระดับโลกต่างเลือกศูนย์การเงินแห่งนี้เป็นฐานปฏิบัติการระดับภูมิภาคของตน

ทั้งนี้ จำนวนใบอนุญาตที่ยังมีผลบังคับใช้ทั้งหมดใน ADGM เพิ่มขึ้น 30% เป็น 12,671 รายการ ณ สิ้นปี 2568 โดยตัวชี้วัดนี้ยิ่งช่วยเสริมความแข็งแกร่งในฐานะศูนย์การเงินระหว่างประเทศที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาคตะวันออกกลางและแอฟริกา

ในขณะเดียวกัน การเติบโตของกิจกรรมทางธุรกิจในศูนย์ IFC ยังสามารถดึงดูดบุคลากรที่มีความหลากหลายและมีทักษะสูงเข้าสู่เกาะ Al Reem และ Al Maryah ได้อย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้จำนวนแรงงานทั้งหมดของ ADGM เพิ่มขึ้น 51% เป็น 44,339 คนในปี 2568 จากจำนวน 29,338 คนในปี 2567

ในปี 2568 บริษัทชั้นนำด้านฟินเทค สินทรัพย์ดิจิทัล ธนาคาร การลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน การให้คำปรึกษาด้านความยั่งยืน บริการกฎหมายระดับโลก และแพลตฟอร์มการเงินที่ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยี อาทิ Circle, Carta, Bitcoin Suisse, Tradition, Bitgrit, Stacks Asia DLT Foundation, Hidden Roads, Skadden, and Digital Climate Middle East (DCME), Olive Gaea, TON, Animoca Brands, BBVA, Arab Bank (Switzerland) Gulf, Galaxy Digital, Halo Investing, Eurasian Development Bank, iCapital, ERM และ DLA Piper ได้ประกาศจัดตั้งสำนักงานใน ADGM

Binance กลายเป็นแพลตฟอร์มซื้อขายแลกเปลี่ยนคริปโตแห่งแรกที่ได้รับใบอนุญาตระดับโลกอย่างเป็นทางการจากหน่วยงานกำกับดูแลบริการทางการเงิน (FSRA) ของ ADGM ในเดือนธันวาคม 2568 ใบอนุญาตนี้ทำให้ Binance สามารถดำเนินงานจากอาบูดาบีภายใต้กรอบการกำกับดูแลที่ครอบคลุมและมีมาตรฐานระดับโลก ซึ่งช่วยเสริมความแข็งแกร่งให้ ADGM ก้าวขึ้นสู่แนวหน้าของระบบนิเวศสินทรัพย์ดิจิทัลที่เป็นไปตามกฎระเบียบและก้าวหน้าในระดับสากล

ณ สิ้นปี 2568 ADGM เป็นที่ตั้งของบริษัทบริหารสินทรัพย์และกองทุนจำนวน 171 แห่ง ซึ่งบริหารกองทุนรวมทั้งสิ้น 244 กองทุน มีสถาบันการเงินทั้งหมด 347 แห่งที่ตั้งอยู่ใน ADGM ในปัจจุบัน โดยในจำนวนนี้มี 80 แห่งที่ได้รับใบอนุญาตในปี 2568 

สถาบันการเงินชั้นนำส่วนหนึ่ง ประกอบด้วย Kimmeridge, Fortress, Polen Capital, Adams Street, Arcapita, Aquila Group, Cantor Fitzgerald, Davidson Kempner, DWS, Galaxy (หน่วยงานบริหารสินทรัพย์ควบคู่กับธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล), GMB Limited, HarbourVest, Harrison Street, Investindustrial, KKR, Monroe Capital, NewVest, Oryx Global Partners, PATRIZIA, Partners Group, Plenary ME Infrastructure Partners Ltd., Seviora, UBS Group และ Julius Baer

ในขณะเดียวกัน FSRA ได้ออกใบอนุญาตในหลักการ (In-Principle Approvals: IPAs) จำนวน 120 รายการ เพิ่มขึ้นเกือบ 32% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันในปีที่ผ่านมา และมีการออกใบอนุญาตประกอบธุรกิจบริการทางการเงิน (FSP) ใหม่จำนวน 94 รายการ

ตลอดทั้งปี ระบบนิเวศธุรกิจของ ADGM ได้ต้อนรับองค์กรที่ดำเนินงานอยู่จริงจำนวน 3,495 แห่ง เพิ่มขึ้นเกือบ 40% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความหลากหลายของธุรกิจที่เลือกใช้ศูนย์การเงินแห่งนี้ให้เป็นฐานปฏิบัติงานระดับภูมิภาคของตน

สถานะที่เติบโตอย่างโดดเด่นของอาบูดาบีในเวทีโลกในฐานะศูนย์กลางทางการเงินชั้นนำ ได้รับการยืนยันอีกครั้งในเดือนธันวาคม จากการได้รับการจัดอันดับในดัชนี Financial Centre Competitiveness Index (FCCI) ครั้งปฐมฤกษ์ ซึ่งจัดทำโดย NYU Stern School of Business โดยดัชนีดังกล่าวจัดให้อาบูดาบีเป็นศูนย์กลางทางการเงินอันดับหนึ่งในภูมิภาคตะวันออกกลางและแอฟริกาเหนือ (MENA) และอยู่ในอันดับที่ 12 ของโลก สะท้อนถึงรากฐานเชิงสถาบันที่แข็งแกร่ง สภาพแวดล้อมการกำกับควบคุมที่ก้าวหน้า และระบบนิเวศที่พร้อมรับอนาคตของอาบูดาบี

นอกจากนี้ อาบูดาบียังเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมประจำปีของ International Forum of Sovereign Wealth Funds (IFSWF) ในเดือนพฤศจิกายน 2568 โดยงานดังกล่าวได้รวบรวมกองทุนความมั่งคั่งแห่งชาติชั้นนำ ซึ่งเป็นตัวแทนของเงินทุนสถาบันระยะยาวมูลค่าสูงจากทั่วโลก และยังตอกย้ำบทบาทของอาบูดาบีในฐานะศูนย์กลางที่ได้รับความไว้วางใจในการเชื่อมโยงกระแสเงินทุนระดับโลก ตลอดจนเป็นเวทีสำคัญให้แก่การเจรจาเชิงกลยุทธ์และการสร้างความร่วมมือ

ในช่วงครึ่งแรกของปี 2568 นั้น ADGM ได้ขยายบทบาทและการมีส่วนร่วมในระดับนานาชาติ ด้วยการร่วมมือกับกรมพัฒนาเศรษฐกิจอาบูดาบี (Abu Dhabi Department of Economic Development: ADDED) และคณะผู้แทนจากอาบูดาบีเพื่อเดินสายจัดงานโรดโชว์ในประเทศจีนและญี่ปุ่น และในช่วงครึ่งหลังของปี ยังได้จัดงานโรดโชว์เพิ่มเติมในลอนดอน นิวยอร์ก สิงคโปร์ และอินเดีย โดยในระหว่างการเดินทางเหล่านี้ ADGM และหน่วยงานชั้นนำอื่น ๆ ของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ได้ร่วมลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) หลายฉบับ พร้อมทั้งจัดกิจกรรมหลากหลายเพื่อส่งเสริมโอกาสทางธุรกิจและการลงทุนในภาคเศรษฐกิจที่มีการเติบโตสูงของอาบูดาบี

ในเดือนกันยายน หน่วยงาน FSRA ของ ADGM และคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (Securities and Futures Commission: SFC) ได้ร่วมกันเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมโต๊ะกลมระดับสูงในฮ่องกง เพื่อหารือเกี่ยวกับโอกาสสำหรับผู้จัดการสินทรัพย์จากฮ่องกงภายใน ADGM

ในฐานะศูนย์ IFC เพียงแห่งเดียวในภูมิภาคที่นำระบบกฎหมายจารีตประเพณีอังกฤษ (English Common Law) มาใช้โดยตรง ADGM ได้เสริมความแข็งแกร่งให้กับระบบนิเวศด้านกฎระเบียบของตนในปี 2568 เพื่อยกระดับความมั่นคงน่าเชื่อถือของตลาด เพิ่มความโปร่งใส และยกระดับการคุ้มครองผู้บริโภคให้ดียิ่งขึ้น

ทางหน่วยงาน FSRA ได้ดำเนินการปรับปรุงกฎหมายและข้อบังคับที่สำคัญให้สอดคล้องกับมาตรฐานสากล ซึ่งรวมถึงหลักเกณฑ์ของ BCBS และ IOSCO นอกจากนี้ ยังได้เปิดตัวกรอบการรายงานกองทุน (Funds Reporting Regime) รูปแบบใหม่ เพื่อยกระดับความโปร่งใส คุณภาพของข้อมูล และการกำกับดูแลทั่วทั้งภาคธุรกิจการบริหารจัดการสินทรัพย์

เพื่อให้สอดคล้องกับลำดับความสำคัญด้านกฎระเบียบของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ และภายใต้ความร่วมมือกับธนาคารกลาง หน่วยงาน FSRA ได้เผยแพร่เอกสารหารือ (Consultation Paper) ว่าด้วยหลักการวางแผนการเปลี่ยนผ่าน (Transition Planning Principles) ซึ่งเป็นการกำหนดความคาดหวังและแนวทางระดับภาพรวมสำหรับสถาบันการเงิน เพื่อเสริมสร้างความยืดหยุ่นและสามารถรับมือกับความเสี่ยง รวมทั้งการเตรียมความพร้อมในระยะยาว

ในปี 2568 ADGM ได้เริ่มดำเนินงานอย่างเต็มรูปแบบในเขตอำนาจด้านอสังหาริมทรัพย์ที่ขยายครอบคลุมขึ้น ภายหลังจากการผนวกรวมเกาะ Al Reem เข้าสู่ ADGM ได้สำเร็จ โดยหน่วยงาน RA มุ่งเน้นให้บริการด้านอสังหาริมทรัพย์แบบครบวงจร ตั้งแต่ต้นจนจบกระบวนการ ซึ่งรวมถึงการเปิดตัวบริการมากกว่า 70 รายการด้านทรัพย์สินอสังหาฯ ไม่ว่าจะเป็นการซื้อขาย การเช่า การต่ออายุสัญญา การขึ้นทะเบียนโครงการ การทำธุรกรรมอสังหาริมทรัพย์ การออกใบอนุญาต ใบอนุญาตทำงาน ใบอนุญาตเชิงพาณิชย์ รวมถึงการต่ออายุใบอนุญาตภายใต้โครงการส่งเสริมสิทธิประโยชน์ต่าง ๆ

ส่วนในเดือนธันวาคม 2568 Mubadala และ Aldar ได้เปิดตัวโครงการร่วมทุนมูลค่ากว่า 6 หมื่นล้านดีแรห์ม เพื่อขยายพื้นที่เกาะ Al Maryah ซึ่งจะเปิดโอกาสไปสู่การเติบโตระยะถัดไปให้แก่หนึ่งในย่านการเงินที่ใหญ่ที่สุดในโลก โครงการดังกล่าวจะประกอบด้วยพื้นที่ 1.5 ล้านตารางเมตร ซึ่งจะเป็นที่ตั้งของสำนักงาน ที่อยู่อาศัย พื้นที่ค้าปลีก และธุรกิจโรงแรมและการบริการแห่งใหม่ เพื่อยกระดับเอกลักษณ์ของเกาะ Al Maryah ที่ผสมผสานระหว่างศูนย์กลางธุรกิจระดับนานาชาติและการใช้ชีวิตหรูหราได้อย่างโดดเด่น

ศักยภาพของ ADGM ในการเป็นศูนย์กลางเชื่อมโยงองค์กรการเงินที่ทรงอิทธิพลระดับโลกได้ปรากฏให้เห็นอย่างชัดเจนอีกครั้งในงาน Abu Dhabi Finance Week 2025 ซึ่งนับเป็นการจัดงานครั้งที่ประสบความสำเร็จสูงสุดเท่าที่เคยมีมา โดยครอบคลุมกิจกรรม 68 งาน และช่วงการประชุมตามหัวข้อ 394 รายการ ภายในงานมีวิทยากรผู้ทรงอิทธิพลมากกว่า 800 คน พร้อมด้วยพันธมิตรทั้งในระดับโลกและภูมิภาครวมเกือบ 70 ราย และยังมีผู้เข้าร่วมงานซึ่งบริหารสินทรัพย์รวมมูลค่ามากกว่า 60 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งเทียบเท่ากับมากกว่า 50% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ของทั้งโลก นอกจากนี้ ยังมีผู้เข้าร่วมงานมากกว่า 35,000 คน โดย 30% เป็นผู้เข้าร่วมจากต่างประเทศ ครอบคลุม 175 สัญชาติทั่วโลก

ด้วยการจัดงาน ADFW ซึ่งแต่ละครั้งได้รับความสนใจจากนานาชาติเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ADGM จึงสามารถนำเสนอวิสัยทัศน์และแผนการเติบโตของอาบูดาบีสำหรับทศวรรษข้างหน้า พร้อมทั้งเสริมความแข็งแกร่งให้แก่สถานะเมืองหลวงแห่งเงินทุนของมหานครแห่งนี้

โลโก้: https://mma.prnasia.com/media2/2550581/5010772/ADGM_Logo.jpg?p=medium600

 


ที่มา : ซิชั่น พีอาร์ นิวส์ไวร์ - ศูนย์กลางการเงินระหว่างประเทศของอาบูดาบีประกาศการเติบโตโดดเด่นในปี 2568 ด้วยมูลค่าสินทรัพย์ภายใต้การบริหารพุ่งขึ้น 36% กำลังคนเพิ่ม 51% และออกใบอนุญาตกว่า 12,000 รายการ http://www.prnasia.com/asia-story/archive/4923433_TH23433_10

ข้อมูลที่ให้ไว้ในบทความนี้จัดทำโดย ซิชั่น พีอาร์ นิวส์ไวร์ ซึ่งเป็นพันธมิตรด้านข่าวของเรา ความคิดเห็นของผู้เขียนและเนื้อหาที่แบ่งปันในหน้านี้ถือเป็นความคิดเห็นของตนเอง และอาจไม่จำเป็นต้องแสดงถึงมุมมองของ ไทย พีอาร์ นิวส์

แสดงความคิดเห็น

พื้นที่โฆษณา