
บาร์เซโลนา, สเปน, 19 มีนาคม 2569 /PRNewswire/ -- ภายในงาน MWC 2026 Mark Giles ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัยและวิเคราะห์อุตสาหกรรมของ Ookla ผู้นำระดับโลกด้านข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับคุณภาพเครือข่ายอินเทอร์เน็ตและการสื่อสาร ได้กล่าวสุนทรพจน์ในหัวข้อ "Experience-Driven Voice Core Network with Ookla RootMetrics" โดยนำเสนอกรอบการประเมินคุณภาพเสียง HD และกรอบการประเมินคุณภาพเสียง AI Calling พร้อมทั้งแบ่งปันข้อมูลเชิงลึกจากโครงการประเมินคุณภาพเสียงล่าสุดในประเทศฟิลิปปินส์ โดย Ookla มุ่งมั่นสนับสนุนผู้ให้บริการเครือข่ายในการปรับปรุงโครงข่ายเสียง ด้วยการประเมินคุณภาพการใช้งานจริง เพื่อยกระดับความพึงพอใจของผู้ใช้งาน
Mark Giles ระบุว่า บริการเสียงกำลังก้าวหน้าในสามด้านสำคัญ หนึ่งคือ การเกิดขึ้นของผู้ใช้กลุ่มใหม่ เช่น ไลฟ์สตรีมเมอร์และอวาตาร์ดิจิทัล สองคือ การพัฒนาอุปกรณ์อัจฉริยะรูปแบบใหม่ เช่น ผู้ช่วย AI และแว่นตา AI และสามคือ พฤติกรรมผู้ใช้รูปแบบใหม่ เช่น การใช้งานแอปพลิเคชัน AI และการโต้ตอบระยะไกล ความก้าวหน้าเหล่านี้กำลังผลักดันคุณภาพเสียงไปสู่ความคมชัดขึ้น การผสานรวมกับ AI มากขึ้น การเข้าถึงสะดวกขึ้น ความสมจริงมากขึ้น และการโต้ตอบมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น

Ookla outlines the new voice experience evaluation framework for AI Calling
Mark Giles ยังชี้ให้เห็นว่า มิติในการประเมินคุณภาพเสียงจำเป็นต้องปรับตัวเพื่อรองรับ AI โดยการประเมินคุณภาพเสียงที่ขับเคลื่อนด้วย AI กำลังเป็นประเด็นสำคัญของอุตสาหกรรม ดังนั้น นอกเหนือจากตัวชี้วัดแบบดั้งเดิมอย่าง QoE, QoS และความครอบคลุมแล้ว กรอบการประเมินคุณภาพเสียงของ Ookla ยังเพิ่มอีกสามมิติใหม่เข้ามา ได้แก่ ประสบการณ์เชิงสมจริงที่ขับเคลื่อนด้วย AI, ประสบการณ์การโต้ตอบที่ขับเคลื่อนด้วย AI และ QoI (Quality of Intelligence) โดยประสบการณ์เชิงสมจริงมีการประเมินองค์ประกอบอย่างค่า MOS ของการลดเสียงรบกวนด้วย AI ส่วนประสบการณ์การโต้ตอบมีการพิจารณาความแม่นยำของการแปลแบบเรียลไทม์ และ QoI วัดจากปัจจัยต่าง ๆ เช่น ความแม่นยำและความหน่วงของโมเดล AI รวมถึงความครอบคลุมของบริการ กรอบการประเมินใหม่นี้จึงเป็นแนวทางที่ครอบคลุมและเป็นระบบมากขึ้นสำหรับการพัฒนาบริการเสียงในยุค AI
Ookla ใช้ RootMetrics ซึ่งเป็นเครื่องมือทดสอบสัญญาณแบบ Drive Test เพื่อประเมินคุณภาพเสียงของผู้ให้บริการในภูมิภาคต่าง ๆ เช่น เอเชียแปซิฟิก ตะวันออกกลาง และลาตินอเมริกา โดย Mark Giles ได้ยกตัวอย่างโครงการประเมินบริการเสียงในประเทศฟิลิปปินส์ ที่มีการใช้ Speedtest Drive ในการทดสอบแบบ Drive Test ระยะทางรวม 1,200 กิโลเมตร และเก็บตัวอย่างข้อมูลกว่า 23,000 ตัวอย่างในกรุงมะนิลา การทดสอบดังกล่าวถือเป็นครั้งแรกที่ให้ข้อมูลเชิงลึกอย่างเป็นระบบและครอบคลุมเกี่ยวกับคุณภาพของบริการเสียงในฟิลิปปินส์ โดยผลการทดสอบแสดงให้เห็นว่า บริการ VoLTE ของผู้ให้บริการเครือข่ายมีประสิทธิภาพเหนือกว่าบริการ OTT อย่างชัดเจนในตัวชี้วัดต่าง ๆ เช่น MOS, อัตราการโทรไม่ติด และอัตราการเกิดสายหลุด เนื่องจากบริการเสียงแบบ OTT ต้องใช้แบนด์วิดท์ร่วมกับทราฟฟิกอินเทอร์เน็ตทั่วไป จึงได้รับผลกระทบจากความแออัดของเครือข่ายมากกว่า โดยเฉพาะในช่วงเวลาที่มีการใช้งานดาต้าสูง การโทรผ่าน OTT อาจถูกบล็อกหรือขาดตอนได้ ข้อมูลยังระบุด้วยว่า อัตราการเชื่อมต่อ VoLTE โดยรวมในฟิลิปปินส์อยู่ที่เพียง 31% ซึ่งถือว่าค่อนข้างต่ำ ดังนั้น เพื่อยกระดับคุณภาพเสียง เลิกใช้งานเครือข่าย 3G ที่ล้าสมัย และรองรับความก้าวหน้าที่ขับเคลื่อนด้วย AI ฟิลิปปินส์จำเป็นต้องเร่งพัฒนาบริการ VoLTE ให้มากขึ้น ในอนาคต Ookla จะยังคงประเมินบริการเสียงที่ขับเคลื่อนด้วย AI ในประเทศต่าง ๆ รวมถึงฟิลิปปินส์ต่อไป สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม สามารถดาวน์โหลดรายงานได้จากเว็บไซต์อย่างเป็นทางการของ Ookla


ภาษาไทย
English
แสดงความคิดเห็น