
ลาสเวกัส, 7 มกราคม 2569 /PRNewswire/ -- ในวันนี้ MICROIP Inc. ผู้ให้บริการด้านการออกแบบ ASIC และโซลูชันซอฟต์แวร์ AI จากไต้หวัน ได้นำเสนอแพลตฟอร์ม AIVO (AI Vision Operation) Edge AI ของบริษัทในงาน CES 2026 ที่เมืองลาสเวกัส ทั้งนี้ บริษัทได้จัดแสดงที่โซน AI Applications Pavilion โดยได้นำเสนอสถาปัตยกรรม CAPS (Cross-Platform AI Powered Solutions) เพื่อสาธิตให้เห็นว่าการออกแบบที่ขับเคลื่อนด้วยซอฟต์แวร์ช่วยให้สามารถนำ Edge AI ไปใช้งานได้จริงในระดับการผลิตและสามารถขยายขนาดได้ โดยครอบคลุมสภาพแวดล้อมการใช้งานจริงหลากหลายรูปแบบได้อย่างไร

MICROIP’s flagship AIVO platform leverages high-reliability Edge AI to span four key domains—transportation security, smart agriculture, autonomous systems, and in-vehicle applications—demonstrating proven global deployments from edge-level sensing to on-device autonomous computing.
AIVO เป็นแพลตฟอร์มระดับเรือธงของ MICROIP ภายใต้กรอบ CAPS และได้เข้าสู่การใช้งานเชิงพาณิชย์แล้ว แทนที่จะมุ่งเน้นเพียงค่าประสิทธิภาพของโมเดล (model benchmarks) หรือสมรรถนะของฮาร์ดแวร์แบบดิบเพียงอย่างเดียว AIVO ถูกออกแบบมาเพื่อรับมือกับข้อจำกัดเชิงปฏิบัติในการใช้งานระบบ Edge AI ขนาดใหญ่ ไม่ว่าจะเป็นสภาพเครือข่ายที่หลากหลายและไม่สม่ำเสมอ ทรัพยากรการประมวลผลเอดจ์ซึ่งมีจำกัด ตลอดจนต้นทุนในการดำเนินงานระยะยาว
"CES เป็นเวทีที่ AI ต้องพิสูจน์คุณค่าในโลกความเป็นจริง" ดร. James Yang ประธานกรรมการของ MICROIP กล่าว "AIVO ถูกออกแบบมาให้ทำงานได้อย่างเชื่อถือได้ ภายใต้ข้อจำกัดของการใช้งานจริงในด้านความมั่นคงปลอดภัยของการขนส่ง การเกษตรอัจฉริยะ และระบบอัตโนมัติ ช่วยให้ AI ก้าวข้ามจากระดับการพิสูจน์แนวคิดไปสู่การใช้งานจริงในชีวิตประจำวัน"
ในระดับสถาปัตยกรรมระบบ AIVO ใช้โครงสร้างแบบกระจายศูนย์ในรูปแบบ master–client โดยดำเนินการประมวลผลการอนุมานแบบเรียลไทม์ (real-time inference) บนอุปกรณ์เอดจ์ในพื้นที่ ในขณะที่รวมศูนย์การจัดการระบบและตรรกะการตัดสินใจไว้ที่ส่วนกลาง แพลตฟอร์มจะส่งเฉพาะผลลัพธ์การอนุมานที่มีโครงสร้างพร้อมข้อมูลเมตาดาตาแทนการส่งสตรีมวิดีโอดิบ ซึ่งช่วยลดความต้องการใช้แบนด์วิดท์ลงได้อย่างมีนัยสำคัญ และยังคงรักษาความสามารถในการตอบสนองได้แบบเรียลไทม์ได้ แม้ในสภาพแวดล้อมเครือข่ายที่ไม่เสถียร นอกจากนี้ AIVO ยังรองรับการทำงานแบบหลายงานที่แตกต่างกัน (heterogeneous multi-tasking) แบบเรียลไทม์ ทำให้สามารถรันโมเดล AI หลายตัวพร้อมกันบนแพลตฟอร์มฮาร์ดแวร์เดียว โดยมีการจัดลำดับความสำคัญของทรัพยากรแบบไดนามิก
ในงาน CES 2026 ทาง MICROIP ได้เน้นนำเสนอการนำ AIVO ไปใช้งานในสามโดเมนแอปพลิเคชันที่ต้องการความน่าเชื่อถือสูง โดยในด้านความมั่นคงปลอดภัยของระบบขนส่ง AIVO จะสนับสนุนการเฝ้าระวังแบบเรียลไทม์ในระบบรถไฟฟ้า ระบบรถไฟ สนามบิน และสภาพแวดล้อมด้านการบิน พร้อมผสานรวมการแจ้งเตือนเข้ากับศูนย์ควบคุมหรือระบบรักษาความปลอดภัยของหน่วยงานภาครัฐ ซึ่งจะช่วยยกระดับขีดความสามารถในการตอบสนองยามเกิดเหตุการณ์โดยไม่จำเป็นต้องเพิ่มกำลังคน
ในด้านการเกษตรอัจฉริยะ AIVO ช่วยแก้ไขปัญหาการขาดแคลนแรงงานและสังคมผู้สูงอายุ ด้วยการเปิดใช้งานระบบตรวจติดตามสุขภาพปศุสัตว์และสภาพแวดล้อมด้วยระบบวิชัน แพลตฟอร์มนี้ออกแบบมาให้เหมาะสมกับการใช้พลังงานต่ำและการเชื่อมต่อที่จำกัด โดยรองรับการติดตั้งใช้งานในฟาร์มได้อย่างเสถียรในระยะยาว พร้อมทั้งถ่ายทอดองค์ความรู้ของผู้เชี่ยวชาญด้านการเกษตรไปสู่โมเดล AI ที่สามารถนำไปใช้งานได้จริง
ในระบบอัตโนมัติ รวมถึงโดรน AI และหุ่นยนต์นั้น AIVO ช่วยเสริมความสามารถในการทำงานอัตโนมัติบนอุปกรณ์ สำหรับการตรวจสอบโครงสร้างพื้นฐานและการตอบสนองต่อภัยพิบัติ แม้ในสภาพแวดล้อมที่ไม่สามารถใช้งานระบบ GPS ได้ หรือมีข้อจำกัดด้านการสื่อสาร แพลตฟอร์มนี้ยังคงสามารถรองรับการติดตามวัตถุแบบเรียลไทม์และการหลบหลีกสิ่งกีดขวางแบบไดนามิก ช่วยขยายขอบเขตการปฏิบัติงานของระบบอัตโนมัติในสถานการณ์ที่มีความเสี่ยงสูง
CAPS เป็นตัวแทนของกลยุทธ์ฮาร์ดแวร์ที่ขับเคลื่อนด้วยซอฟต์แวร์ในภาพรวมของ MICROIP โดยผสานรวม AIVO, XEdgAI และ CATS (Custom ASIC Technology & Solutions) เพื่อเปิดทางให้สามารถปรับแต่งประสิทธิภาพฮาร์ดแวร์ด้วยแนวทางที่ขับเคลื่อนด้วยซอฟต์แวร์ โดยผ่านการพิสูจน์และยืนยันจากภาระงานที่เกิดขึ้นจริงในการใช้งานภาคสนาม


ภาษาไทย
English
แสดงความคิดเห็น